ข้อมูลการเที่ยวญี่ปุ่น(Kyoto)

★ เที่ยวเกียวโต (KYOTO)

 
เกียวโต (Kyoto) เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นในอดีต ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกหรือ “คันไซ” บนเกาะฮนชู (Honshu) เมืองเกียวโตมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยบ้านเมืองแบบเก่าและเป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นโบราณ มากไปกว่านั้นเกียวโตยังเป็นที่ตั้งของวัดและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยนิยมไปสักการะหลายแห่งด้วย

สภาพอากาศและอุณหภูมิโดยรวมของเมืองเกียวโต
เกียวโตสามารถเที่ยวได้ทั้งปี เพราะนอกจากจะได้ชมธรรมชาติสวยงามในฤดูกาลต่างๆ แล้ว เกียวโตยังมีเทศกาลและงานท้องถิ่นมากมายตลอดปีที่น่าสนใจไม่น้อย อีกทั้งที่เที่ยวเกียวโตแนวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองนี้ก็สามารถมาเยือนได้ตลอดปี

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเกียวโตยอดนิยม

 
 
วัดคิโยมิสึ (Kiyomizudera Temple) หรือวัดน้ำใส

วัดน้ำใสแห่งเกียวโต เพราะเป็นทางผ่านของทางน้ำแห่งน้ำตกโอโตวา (Otowa Waterfall) ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และภายในวัดก็มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับน้ำจากน้ำตกไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มาตักดื่มเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 798 และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1633 วัดแห่งนี้มีจุดเด่นเรื่องสิ่งก่อสร้างระเบียงไม้ขนาดใหญ่โตสวยงามโอ่อ่าในเขตวิหารหลัก ที่ก่อสร้างโดยมิได้ใช้ตะปูสักตัวเดียวจนทำให้วิหารและระเบียงแห่งนี้ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1994 นอกจากนั้นในบริเวณสวนของวัดยังมีต้นซากุระกว่าพันต้น เป็นจุดชมซากุระบานยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง
 
 
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตอีกแห่งของเกียวโต ที่สร้างขึ้นโดยชาวนาท้องถิ่นเพื่อถวายเทพเจ้าจิ้งจอก (เทพเจ้าแห่งธัญพืช) ในราวปีค.ศ. 711 และยังเป็นที่พำนักของพระแม่โพสพตามความเชื่อท้องถิ่นที่ช่วยให้การเกษตรของเมืองอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้ คือ แนวประตูไม้โทริอิสีแดงที่เรียงรายนับพันต้น ซึ่งนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ขอพรและสร้างเสาแนวประตูถวายจะช่วยให้กิจการสำเร็จสมหวัง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีแนวประตูยาวไปถึงยอดเขาร่วม 4 กิโลเมตร แนวประตูโทริอินี้ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกแห่งของเกียวโตเลยทีเดียว
 
 
อะราชิยาม่า (Arashiyama)

อะราชิยาม่า เมืองเล็กๆ ชานเมืองเกียวโต เป็นเมืองเก่าแก่และเป็นที่เที่ยวยอดนิยม มีธรรมชาติสวยงามขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางรถไฟอันแสนโรแมนติกและทางเดินสายป่าไผ่ (Bamboo Grove) ที่ใครไปใครมาที่นี่ก็ต้องแวะมาเซลฟี่เป็นที่ระลึก ในช่วงซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสี เมืองนี้ก็จัดเป็นจุดหมายสำคัญในการมาชมสีสันของฤดูกาล นอกจากนั้นในเขตของอะราชิยาม่าก็ยังที่เที่ยวดังๆ อื่นอีกหลายแห่ง เช่น สะพานโบราณ สวนลิง ถนนสายประวัติศาสตร์ บ้านริมน้ำ บ้านนักปราชญ์ รวมไปถึงวัดและศาลเจ้าโบราณที่น่าสนใจมากมาย
 
 
วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทอง

วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทอง วัดประจำนิกายเซนชื่อดังประจำเมืองอีกแห่งที่มีศาลาที่ตกแต่งด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ตั้งอยู่กลางสระน้ำในสวนสวย เป็นหนึ่งในวัดในเกียวโตที่สำคัญอันดับต้นๆ และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเกียวโต เคยเป็นที่ประทับของโชกุนอะชิกะงะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) ในปี ค.ศ.1397 วัดแห่งนี้คนไทยเรารู้จักกันอย่างกว้างขวางเพราะเคยกล่าวถึงในการ์ตูนเณรน้อยเจ้าปัญญา “อิกคิวซัง” ที่มักมาเล่นทายปริศนากับท่านโชกุนโยชิมิตซึ เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นบ้านพักตากอากาศของรัฐบุรุษไซออนจิ คิซึเนะ (Sionji Kitsune) และโชกุนโยชิมิตซึได้ขอซื้อเพื่อเป็นที่ประทับ และได้รับการเปลี่ยนเป็นวัดหลังจากพระองค์สวรรคตไปแล้ว
 
 
รถไฟชมวิวซากาโน่ – The Sagano Romantic Railway

รถไฟชมวิวซากาโน่ (Sagano Ramantic Railway) หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถไฟสายโรแมนติค หรือซากาโน่ โทรอคโค่ (Sagano Torokko) เป็นรถไฟที่นั่งเที่ยวชมสถานที่ต่างๆเรียบแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) เส้นทางระหว่าง อาราชิยาม่า (Arashiyama) และ คาเมโอกะ (Kameoka) เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของรถไฟขบวนนี้ เนื่องจากเป็นรถไฟแบบโบราณ วิ่งผ่านภูเขาช้าๆรับลมเย็นๆด้านนอก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที บรรยากาศตลอดระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรจะเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนและบ้านเรือนชนบทของเมืองคาเมโอกะ รถไฟซากาโน่นี้เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีทั้งหุบเขา แต่ในช่วงฤดูหนาวนั้นรถไฟไม่ได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์
 
 
วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji) หรือวัดเงิน

วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji) หรือวัดเงิน วัดแห่งนิกายเซนที่เป็นวัดคู่กับวัดคินคะคุจิ แต่เดิมเป็นพระตำหนักหลวงที่สร้างขึ้นโดยท่านโชกุนโยชิมิตสึเช่นกัน ถึงแม้วัดนี้จะขึ้นชื่อว่าวัดเงิน แต่ก็ไม่ได้หุ้มด้วยเงินดังชื่อ เพราะหลังท่านโชกุนสิ้นพระชนม์ พระตำหนักแห่งนี้ก็ได้ผันเปลี่ยนมาเป็นวัดแทน และไม่ได้มีการสานต่อพระราชดำริเดิมที่ตั้งไว้ แต่ทั้งนี้วัดกินกะคุจิก็มีงานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีสวนสวยขนาดใหญ่ ที่มีทั้งส่วนของสวนทราย (Sand Garden) สวนมอส (Moss Garden) และสระน้ำขนาดใหญ่ วัดแห่งนี้จัดเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งของเกียวโต
 
 
ถนนสายกาน้ำชาและวัฒนธรรมฮิกาชิยามะ (Higashiyama Historic District)

ถนนสายกาน้ำชา ถนนเก่าแก่ราวสองกิโลเมตรในเขตเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี แต่เดิมเคยเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ใกล้กับวัดน้ำใสและศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ปัจจุบันเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและขนมพื้นเมือง รวมไปถึงร้านน้ำชา ร้านกาแฟและร้านอาหารท้องถิ่น บ้านเรือนในแถบนี้ยังเป็นลักษณะอาคารไม้แบบดั้งเดิม มากไปกว่านั้นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นก็นิยมแต่งชุดกิโมโนมาเดินบนถนนเส้นนี้ด้วย และในช่วงเทศกาลฮานะโตะโระ (Hanatoro) ระหว่างเดือนมีนาคมจะมีการตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงามหลายพันดวง แถมร้านค้าก็จะปิดดึกกว่าปกติในช่วงนี้
 
 
วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)

วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) ก่อตั้งขึ้นตอนต้นของยุคเฮอันหรือหลังจากที่เมืองหลวงของญี่ปุ่นได้ย้ายมาที่เกียวโต (ประมาณปี 700) เป็นวัดซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออก และเมื่อคนละฝั่งกับวัด Saiji ซึ่งวัดนั้นจะอยู่ทางทิศตะวันตก เมื่อดูภาพรวมของเมืองโตเกียว ทั้ง 2 วัดนี้จะขนาบข้างทางเข้าเมืองทางตอนใต้และทำหน้าที่เหมือนเป็นกำแพงก่อนเข้าเมือง วัดโทจินี้ได้รับการบันทึกเข้าเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก (UNESCO world heritage sites)

ค้นหาบทความ

ทัวร์แนะนำ

DEPARTMENT OF TOURISM
Thai Travel Agents Association
Department of Business Development